บทที่ 6 กฎของหัวใจ
กฎของหัวใจ
จากนั้นเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตสีดำก็ดังขึ้น ก่อนเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์ไป
ตลอดทางอัครินทร์ขับรถไปเรื่อย ๆ โดยแทบไม่รู้ตัว ว่าจุดหมายปลายทางคือที่ใด หากในหัว มีแต่คำพูดของป้าสายเมื่อเช้า
‘ส่วนใหญ่ถ้าเพื่อนผ่านมา ก็จะติดรถเพื่อนไปค่ะ’
และสุดท้าย รถของเขาก็มาจอดอยู่ฝั่งตรงข้ามประตูมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งจนได้
อัครินทร์ถอนหายใจยาว พลางหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ
“บ้าชะมัด...” มองนาฬิกาที่เกือบสี่โมงเย็น ตัดสินใจดับเครื่องยนต์ ลดกระจกลงก่อนเอนหลังพิงเบาะ ทว่าสายตาคมเข้มจับจ้องไปยังประตูมหาวิทยาลัยไม่วางตา...
เวลาผ่านไป กระทั่งเสียงเอ็ดอึ้งของรถและเสียงพูดคุยก็ดังแข่งกันมา
นักศึกษาจำนวนมากทยอยเดินออกมาจากอาคารเรียน บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนา
ไม่นานนัก สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับร่างบางคุ้นตา
มุกดาเดินออกมาพร้อมกลุ่มเพื่อน สีหน้าและรอยยิ้มสดใสที่ประดับอยู่บนใบหน้าหวาน แตกต่างจากตอนอยู่บ้านอย่างสิ้นเชิง
เธอพูดคุยหยอกล้อกับเพื่อน ภาพนั้นทำให้หนุ่มใหญ่อย่างอัครินทร์เผลอมองอยู่ครู่หนึ่ง
เขาเพิ่งรู้ ว่าผู้หญิงที่มักก้มหน้าพูดเบา ๆ ต่อหน้าเขา ก็หัวเราะสดใสได้เหมือนกัน
ไม่นานนัก กลุ่มเพื่อน ๆ ก็ทยอยแยกย้ายกันกลับ มุกดาเดินเพียงลำพังไปยังป้ายรถเมล์ริมถนน ก่อนหย่อนตัวลงนั่งรอรถประจำทางอย่างเงียบ ๆ
อัครินทร์ตามมองอยู่ มือใหญ่แตะลูกบิดประตูรถอย่างชั่งใจ...
ทว่า ยังไม่ทันที่เขาจะตัดสินใจ รถสปอร์ตสีขาวคันหนึ่งก็ขับเข้าไปจอดเทียบหน้าป้ายรถเมล์อย่างพอดิบพอดี
กระจกค่อย ๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา
ภาพนั้น ทำให้คำพูดของป้าสายเมื่อเช้าดังก้องขึ้นมาอีกครั้ง
‘หล่ออย่างกับพระเอกซีรีส์เกาหลี’
หนุ่มหล่อคนนั้นยิ้มให้มุกดา
ส่วนมุกดาเองลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินตรงไปหาอีกฝ่าย พร้อมยิ้มตอบแสดงถึงความสนิทสนมในระดับหนึ่ง
ภาพนั้นทำเอากรามของอัครินทร์ก็ขบเข้าหากันแน่น ความหงุดหงิดที่กดไว้ตั้งแต่เช้าปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันได้หาเหตุผลให้ตัวเอง เขาผลักประตูรถออก ความหงุดหงิดที่กดกลั้นมาตั้งแต่เช้า พลันปะทุขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว มือใหญ่ก็ผลักประตูรถออกเต็มแรง
ปัง!
เสียงปิดประตูรถดังพอให้คนที่เดินผ่านไปมาบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยหลายคนหันมอง
ร่างสูงก้าวลงจากรถด้วยสีหน้าเรียบตึง แม้จะอยู่ในชุดลำลองเรียบง่าย เสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนกับกางเกงขายาวทรงพอดีตัว แต่กลับยิ่งขับให้รูปร่างสูงสง่าดูภูมิฐาน ทุกย่างก้าวหนักแน่น สะกดสายตาผู้คนได้ในทุกย่างก้าว
นักศึกษาหลายคนชะลอฝีเท้า บางคนหันมากระซิบกันเบา ๆ ด้วยความสงสัยว่า ผู้ชายคนนี้เป็นใคร
แต่เจ้าตัวไม่สนใจสายตาเหล่านั้นเลย
สายตาคมกริบจับจ้องเพียงหญิงสาวร่างบางที่ยืนอยู่หน้าเขา
โดยไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ตั้งตัว...
“มุกดา”
เสียงทุ้มต่ำเรียกชื่อเธอ
มุกดาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนรีบหันไปตามเสียงเรียก ดวงตาคู่หวานเบิกกว้างด้วยความตกใจ
“คะ... คุณอัค” เธออึ้งไปครู่หนึ่ง สีหน้าเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง “คุณอัค... มาได้ยังไงคะ”
คำถามนั้นหลุดออกมาเบา ๆ เพราะเธอไม่เคยคิดเลยว่าอัครินทร์จะมาปรากฏตัวที่มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะในเวลาที่เธอกำลังยืนคุยกับตะวัน
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันด้วยความลำบากใจ สายตาเหลือบมองเพื่อน ก่อนหันกลับมามองอัครินทร์
บรรยากาศรอบตัวพลันอึดอัดขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
แม้เขาไม่ได้เอ่ยตำหนิสักคำ แต่เพียงสายตาคมเข้มที่ทอดมองมา ก็ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง ในขณะเดียวกัน ตะวันเองก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
ผู้ชายตรงหน้าไม่ได้มองเขาเหมือนคนแปลกหน้า แต่เป็นสายตาของคนที่กำลังไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด...
รถสปอร์ตสีขาวคันหรูจอดนิ่งอยู่ริมบาทวิถี ‘ตะวัน’ อดีตเดือนมหาวิทยาลัยหนุ่มหล่อฐานะดี เลื่อนกระจกลงส่งยิ้มให้หญิงสาวที่เขาแอบเก็บความรู้สึกเกินเพื่อนไว้ในใจมานาน
“จะรออีกนานไหมมุก... กลับด้วยกันก็ได้นะ” ตะวันเอ่ยถาม แม้จะโดนปฏิเสธอยู่บ่อยครั้ง แต่เขาก็ยังอยากตื๊อเผื่อเธอจะใจอ่อน
“ขอบคุณมากนะตะวัน แต่มุกรออีกไม่นานหรอก ตะวันกลับไปก่อนเถอะค่ะ” มุกดาตอบพร้อมรอยยิ้มเกรงใจ
“ผมว่ารถเมล์น่าจะมาช้านะ ไปเถอะ... วันนี้รถผมอยากได้เพื่อนร่วมทางพอดี” เขาคะยั้นคะยอพลางส่งสายตาเว้าวอน
“อย่าเลยค่ะ มุกเกรงใจจริงๆ...”
ทว่ายังไม่ทันที่ทั้งสองจะพูดจบประโยค เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังใกล้เข้ามา มุกดาหันไปมองตามเสียงก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง
